skip to Main Content

วิธีทำพวงหรีดพัดลม

ความตายนั้นถือเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเผชิญและคงไม่มีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งเมื่อถึงคราวที่ต้องจัดงานศพนั้น สิ่งหนึ่งที่ใช้แทนความรู้สึกเคารพและนึกถึงนั้นก็คือ พวงหรีด โดยปัจจุบันการใช้พวงหรีดในงานศพนั้นไม่เพียงแต่อยู่ในรูปแบบของพวงหรีดดอกไม้สดเท่านั้น แต่ยังมีพวงหรีดที่มีความน่าสนใจและนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้อย่าง พวงหรีดพัดลมอีกด้วย

พวงหรีดพัดลมนั้นหากมองดูผิวเผินแล้วก็คงไม่ได้แตกต่างจากพวงหรีดดอกไม้สดมากนัก เพียงแต่ต่างกันตรงที่การนำไปใช้ประโยชน์ต่อหลังจากเสร็จพิธีในงานศพแล้ว ซึ่งพวงหรีดพัดลมนั้นสามารถที่จะนำไปบริจาคให้กับวัด หรือชุมชนที่ยากไร้และไม่มีพัดลมใช้ได้ โดยพวงหรัดพัดลมนั้นก็ไม่ได้มีวิธีการทำที่ยุ่งยากหรือซับซ้อนมากนักซึ่งเราได้รวบรวมวิธีทำพวงหรีดพัดลมมาฝากกัน

สิ่งที่ต้องเตรียม

1. เลือกซื้อพัดลมที่มีขนาดพอเหมาะไม่ใหญ่เกินไปหรือเล็กเกินไป โดยขนาดที่นิยมนำมาใช้เป็นพวงหรีดพัดลมนั้นจะอยู่ที่ 16 หรือ 18 นิ้ว ที่สำคัญคือต้องไม่ลืมว่าพวงหรีดพัดลมนั้น จะมีการนำไปใช้งานต่อหลังจากเสร็จพิธี ฉะนั้นควรเลือกที่มีมาตรฐานอุตสาหกรรมรับรอง และไม่ควรเลือกสีที่ฉูดฉาดจนเกินไป

2. ดอกไม้สำหรับใช้ในการตกแต่งพวงหรีด โดยเลือกดอกไม้ที่ให้ความหมายดีๆ และเป็นมงคล โดยการเลือกใช้ดอกไม้นั้นสามารถเลือกใช้ได้ทั้งดอกไม้สดและดอกไม้ประดิษฐ์ ซึ่งขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้จัดทำพวงกหรีดด้วย

วิธีทำ

1. เลือกสไตล์สำหรับการจัดดอกไม้บนพัดลมก่อนว่าต้องการให้อยู่ในบริเวณส่วนไหนของพัดลมมากกว่ากัน เช่นต้องการจัดที่บริเวณด้านบนของพัดลมเพียงส่วนเดียว หรือจะจัดที่บริเวณฐานของพัดลมก็ได้เช่นกัน แต่บริเวณที่จะใช้ดอกไม้เยอะที่สุดนั้นคือการจัดที่ตะแกรงของพัดลม โดยการจัดนั้นก็สามารถจัดแต่งได้ตามความชอบและเหมาะสมได้เลย

2. ติดป้ายชื่อที่พวงหรีดพัดลม โดยปกติแล้วจะติดคาดไว้บนตะแกรงก็ได้ หรือจะเลือกติดที่ตัวโครงของพัดลมก็ไม่ผิด ซึ่งวัสดุที่ใช้ทำป้ายชื่อนั้นอาจจะใช้เป็นกระดาษแข็ง หรือแผ่นพีพีบอร์ดก็ได้ ขึ้นอยู่กับงบประมาณและความสวยงามที่ชอบ จากนั้นให้เขียนชื่อผู้ส่งมอบพวงหรีด หรือนามบริษัทลงไป อาจใช้เป็นการเขียนหรือพิมพ์ก็ได้เช่นกัน

เพียงแค่สองขั้นตอนง่ายๆ เท่านั้น ก็จะได้พวงหรีดพัดลมที่ทั้งสวยและพร้อมนำไปใช้งานต่อได้แล้ว สิ่งสำคัญก็คือต้องเลือกพัดลมที่ได้มาตรฐาน และมีความแข็งแรงทนทานต่อการนำไปบริจาคต่อด้วยนะครับ

Back To Top